อเมริกาหวัง “ความเปลี่ยนแปลง” ทางการค้าที่ดีขึ้นจากจีน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลวอชิงตันแสดงความหวังจะได้เห็น “ความเปลี่ยนแปลง” ที่ดีขึ้นและชัดเจนจากจีน หลังการตกลง “สงบศึก” ความขัดแย้งทางการค้าเป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่านายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลังของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับ “สัญญาสงบศึกทางการค้า” เป็นเวลา “อย่างน้อย 90 วัน” ที่เป็นการตกลงกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระหว่างการพบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่กรุงบัวโนวไอเรส เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ามีการบรรลุข้อตกลง “แบบจำเพาะเจาะจง” เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ มนูชินปฏิเสธลงลึกในรายละเอียด แต่หวังว่าสหรัฐจะได้ “ความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและจริงจัง” จากอีกฝ่ายภายในระยะเวลา 90 วันนี้ ที่จะว่าไปถือว่า “เป็นช่วงผ่อนผัน” มากว่า ขณะที่นายซอนนี เปอร์ดู รมว.กระทรวงเกษตรของสหรัฐ และนายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวไปในทางเดียวกันว่า โดยส่วนตัวเขาหวังรัฐบาลปักกิ่งจะระงับกำแพงภาษี 25% สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรของสหรัฐ โดยเฉพาะถั่วเหลืองที่จีนถือเป็นประเทศผู้รับซื้อรายใหญ่ที่สุดของโลก และซื้อจากสหรัฐมากที่สุดถึง 60% ของผลผลิตทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ามากถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว ( ราว 396,000 ล้านบาท ) แต่นับตั้งแต่มีปัญหากัน จีนหันไปซื้อถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้มากขึ้น โดยเฉพาะบราซิล

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีฮวน คาร์ลอส วาเลรา ที่กรุงปานามาซิตี

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังสงวนท่าทีการต่อการทวีตของทรัมป์ ที่อ้างว่าจีนจะ “ลดและยกเลิก” กำแพงภาษีรถนต์และสินค้ายานยนต์ของสหรัฐ 40% ในวลาเดียวกัน สื่อของรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์แทบไม่รายงาน “การสงบศึก”ทางการค้ากับสหรัฐ เว้นเพียงว่าทั้งสองประเทศจะละลอการตั้งกำแพงภาษีซึ่งกันและกันอย่างน้อย 90 วัน เพื่อใช้ช่วงเวลานี้ในการเจรจา แต่เน้นรายงานภารกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการเยือนปานามา ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการค้ากับรัฐบาลปานามารวม 19 ฉบับ อนึ่ง ปานามาประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว.