Samsung j2 : การเลือกซื้อมือถือให้เหมาะกับการใช้งาน

Samsung j2 : การเลือกซื้อมือถือให้เหมาะกับการใช้งาน ก่อนอื่นมองตัวคุณก่อนว่าคุณต้องการมือถือใหม่ว่าใช้ทำอะไรบ้าง? ถ้าเน้นโทรออกรับสาย จดเบอร์ และส่ง sms mms ยังงี้ก็มีตัวเลือกที่กว้างมากแทบจะทุกรุ่น หาตามตลาดทั่วไปหรือตามห้างสรรพสินค้าได้เลย ทุกรุ่นทำได้แบบนั้นหมดแล้วอย่างนี้แต่คุณชอบ แต่ถ้าเน้นความสามารถอื่นๆที่นอกเหนือจาก 3 คุณสมบัติพื้นฐาน Basic ขั้นต้น เช่นเน้นเรื่องการท่องเว็บ ฟังเพลง ชมวีดีโอ เล่น app ถ่ายรูปละก็ มีเทคนิคการเลือกซื้อมือถือแบบสมาร์ทโฟนดังนี้

1. ระบบปฏิบัติการมือถือ ถ้าคุณเน้นโทรออกรับสาย ส่ง sms ทั่วไป ก็หาซื้อที่ตลาดทั่วไป

2. เรื่อง Application ถ้าคุณอยากได้แอพที่มีความสามารถเยอะๆและแปลกๆละก็ แนะนำเป็น iOS ซึ่งจะมาอยู่ใน มือถือiPhone และแท็บเล็ต iPad ทุกรุ่น ซึ่งจะมีแอพคุณภาพและแปลกๆ มีมากกว่า500,000แอพ บน Appstore แต่ถ้างบน้อยหน่อย แต่อยากได้ความสามารถใกล้เคียงกับพวก iPhone ล่ะก็ ระบบปฏิบัติการ android ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะแอพส่วนใหญ่เปิดกว้างให้นักพัฒนา ด้วย และเป็น Open source ที่แจก code และสามารถพัฒนาแบบไร้ขีดจำกัด

3. เรื่องหน้าจอ ดูว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ใช้วัสดุอะไรในการประกอบ ซึ่งมีตั้งแต่ แบบจอสัมผัสธรรมดาทั่วไปอย่าง LCD , หรือจะแบบ LED AMOLED , Super AMOLED (หรือบางคนเรียกสั้นๆว่า จอOLED ที่ใช้กับจอโทรทัศน์) ซึ่งมีคุณสมบัติ ให้การแสดงหน้าจอนั้นที่ให้ความสว่างและความคมชัด สีสดสมจริง และใช้พลังงานน้อย , ต้องรู้ด้วยว่ารองรับ TouchScreen หรือ Multi-touchscreen หรือไม่ สำหรับคนที่อยากได้มือถือแบบสัมผัส ถ้าสัมผัสได้ก็ลองทดสอบอีกว่า รองรับการสัมผัสได้อีกกี่จุดยิ่งจุดเยอะยิ่งแสดงว่ารองรับการสัมผัสได้ดี

4. CPU ที่ใช้เป็นยี่ห้ออะไร มีความเร็วเท่าไหร่ โดยCPU ที่จำหน่ายในท้องตลาด ณ ขนาดนี้ มีหน่วยวัดเป็น MHz แต่รุ่นแบบสมาร์ทโฟนหลังๆความแรงแตะระดับ 1GHZ แล้ว ยิ่งมีความเร็วมาก ก็ยิ่งดี(แต่จะมีราคาสูงตามไปด้วย)

5. เรื่องกล้อง ดูว่ามีคุณสมบัติถ่ายด้วยความละเอียดสูงสุดเท่าไหร่ ถ้ามีความละเอียดเยอะๆก็สามารถถ่ายรูปได้หลายขนาด และมีความคมชัด พอที่จะสามารถล้างรูปได้ขนาดใหญ่ได้ และถ้ามี Auto-Focus ด้วยซึ่งสำคัญมาก จะได้คุณภาพของภาพถ่ายสวยและชัดขึ้นด้วย และปัจจัยอื่นๆเช่นมี แฟลซหรือไม่ นอกจากนี้ก็ต้องดูคุณสมบัติการถ่ายวีดีโอด้วยว่ารองรับการถ่ายแบบ HD หรือไม่ ถ้ามี HD สูงสุดเท่าไหร่

6. คุณภาพเสียงบนลำโพงของมือถือก็น่าทดสอบฟังเสียงดูด้วย ในกรณีมีคนโทรเข้า หรือดูหนังฟังเพลง ว่าเสียงดังหรือเสียงแตกหรือไม่

7. หน่วยความจำ ดูด้วยว่าหน่วยความจำในตัวเครื่องมีขนาดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนราคาแพงๆ อย่าง พวก Samsung Galaxy S , Apple iPhone , HTC HD7และอื่นๆ ก็จะมีเนื้อที่หน่วยความจำภายในตัวเครื่องเยอะ และบางรุ่นก็จะมีช่องสำหรับใส่ SD card หรือ mini SD card เพิ่มเติมได้ เพื่อขยายความสามารถของเครื่องในการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล รูปภาพต่างๆหรือแม้แต่การลงโปรแกรม

8. User Interface หรือหน้าตาหน้าจอบนหน้าจอของคุณว่าใช้งานได้ง่ายหรือไม่

9. มีคุณสมบัติ GPS หรือไม่ ถ้ามีจะทำให้สามารถเป็น NEVIGATOR ในการนำทางได้ด้วย และมีความแม่นยำในเรื่องการระบุพิกัดบนแผนที่ มากขึ้น

10. การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรองรับแบบใดบ้าง ?ซึ่งมือถือส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมี Bluetooth , Wi-fi ในมือถือ และต้องตรวจสอบว่ารองรับการเชื่อมต่อแบบ 3G หรือ ไม่? ถ้ามี ก็ต้องดูว่ามือถือของคุณรองรับความถี่ไหนบ้าง

11. อุปกรณ์เสริม รองรับอุปกรณ์เสริมใดบ้าง เช่น Port USB เพื่อให้สามารถถ่ายโอนไฟล์ได้ , หูฟังต้องใช้กับหูฟังขนาดไหน , มีหน้ากากมือถือ, เคส, ซิลิโคนสำหรับมือถือรุ่นนั้นหรือไม่, มือถือบางรุ่นต่อออกจอโทรทัศน์ผ่าน HDMI ได้ ซึ่งก็ต้องดูว่าเรามีความต้องการในการใช้งานพอร์ท HDMI หรือไม่ , มือถือบางรุ่นรองรับเทคโนโลยี NFC ในการชำระสินค้า(ในต่างประเทศนิยมมาก) เป็นต้น

12. การประกันและบริการหลังการขาย ส่วนใหญ่จะประกัน 1 ปี บางรายสามารถขยายประกันมือถือสุดแพงได้ด้วย ที่ประกันสามารถส่งซ่อมไปที่ศูนย์ บริการได้ทุกสาขาทั่วโลก และขยายประกันได้ หรือแบรนด์อื่น มีคอมมิวนิตี้อบรมสอนการใช้ android หรือมีบริการรับซ่อมมือถือ ถึงบ้าน เป็นต้น

13. หากคุณอยากรู้ว่ามือถือรุ่นนั้นมีความสามารถอะไรบ้าง ก็ชมผ่านทางอินเตอร์เน็ต เช่น youtube , facebook , twitter และเว็บบอร์ดสังคมมือถือต่างๆ จะมีคนมารีวิวมือถือ มากมายบอกข้อดีข้อเสีย รวมทั้งบอกวิธีการใช้ครบครัน และข้อแนะนำดีๆจากผู้ใช้กันเอง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคการเลือกซื้อมือถือ แบบรอบด้านถ้าหากได้ศึกษาจากทุกข้อที่เสนอมานี้ ก็จะได้โทรศัพท์มือถือใหม่ที่เหมาะกับสไตล์ของคุณและช่วยให้ใช้โทรศัพท์มือถือได้คุ้มค่ากับราคาและเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น